ลดต้นทุน..เลี้ยงกุ้งต้องใช้แร่ธาตุให้เหมาะสม

การเลี้ยงกุ้งขาวในปัจจุบันถือว่าเป็นสัดส่วนที่มากถึง 95% ของพื้นที่เลี้ยงกุ้งทั้งหมดในประเทศ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจการเลี้ยงกุ้งประสบความสำเร็จและมีผลประกอบการที่ดีนั้นต้องประกอบด้วยความสมบูรณ์ของพื้นที่ในการเลี้ยง อาหารที่มีคุณภาพสายพันธุ์กุ้งที่ดีและการจัดการระหว่างกระบวนการเลี้ยง ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจำเป็นต้องมองในภาพรวมของความสัมพันธ์ของปัจจัยที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ตลอดจนสามารถบริหารได้อย่างสมดุลด้วย

                คุณไพโรจน์ นิมิตกุลไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสเคม แอครีคัลเจอร์รัล จำกัด หนึ่งในกูรูด้านการเลี้ยงกุ้งขาวของไทย กล่าวถึงความสัมพันธ์ของการใช้แร่ธาตุในการเลี้ยงกุ้งว่า “กุ้งเป็นสัตว์น้ำที่มีองค์ประกอบของแร่ธาตุในร่างกายสัดส่วนถึง 55% และต้องอาศัยกระบวนการลอกคราบเพื่อเพิ่มขนาดของร่างกาย ดังนั้นการใช้แร่ธาตุระหว่างการเลี้ยงเพื่อให้กุ้งสามารถนำไปใช้ในการสร้างเปลือกจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ แต่เกษตรกรส่วนใหญ่มักมองข้ามสิ่งที่สำคัญในภาพรวมไป เพราะการเลี้ยงกุ้งให้ประสบผลสำเร็จไม่ใช่เกิดจากเพียงแค่การใช้แร่ธาตุเท่านั้น แต่เกษตรกรจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง น้ำ แพลงตอน กุ้งและดินอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการเลี้ยง 4 เดือนเป็นอย่างน้องโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือให้เกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด”

                ปริมาณการปล่อยลูกกุ้งลงเลี้ยงจะเป็นตัวกำหนดการใช้ปัจจัยการผลิตและสารเคมีทุกอย่างในบ่อ ว่าควรใช้แร่ธาตุอะไร? ปริมาณเท่าไหร่? เราจะสังเกตพอว่าการเลี้ยงกุ้งขาวนั่นเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง น้ำในบ่อเลี้ยงอาจมีการเปลี่ยนสีของแพลงตอนในน้ำจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลหรือส้มอันเป็นสาเหตุมาจากแพลงตอนในบ่อมีปริมาณลดลงเป็นผลมาจากการที่กุ้งขาวกินแพลงตอนเพื่อรับวิตามิน K และค่า  pH ของน้ำในบ่อมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่มักจะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โดยใช้สารจับตะกอน ซึ่งทำให้จำเป็นต้องปิดเครื่องตีน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อทำให้เกิดการรวมตะกอนไปไว้ที่กลางบ่อแต่เกษตรกรมักจะไม่ปิดเครื่องตีน้ำ เปรียบเหมือนเราคนตะกอนในแก้วน้ำตลอดเวลา ทำให้น้ำไม่เกิดการตกตะกอนของสารแขวนลอยต่างๆ

                การศึกษาวงจรชีวิตของกุ้งโดยพิจารณาถึงการดำรงชีวิตและความต้องการของกุ้งในแต่ละช่วงเวลาก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เกษตรกรจำเป็นต้องรู้ถึงจุดประสงค์ในการใช้สารเคมีแต่ละอย่างว่ามีความจำเป็นต่อกุ้งอย่างไร? และใช้เพื่ออะไร? เกษตรกรส่วนมากเลี้ยงกุ้งขาวแบบผสมผสานกับการเลี้ยงกุ้งกุลาดำจากความเคยชิน ก่อให้เกิดต้นทุนแอบแฝงที่เพิ่มมากขึ้นโดยไร้ประโยชน์ เช่น โดโลไมท์ที่เคยใส่ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ เมื่อมาเลี้ยงกุ้งขาวก็ยังคงมีการใช้โดโลไมท์ เป็นต้น ดังนั้นการศึกษาโครงสร้างในตัวกุ้ง การลอกคราบของกุ้งแต่ละครั้งซึ่งอยู่ภายใต้ความควบคุมของระบบประสาทส่วนกลางและฮอร์โมน เราต้องพิจารณาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการลอกคราบของกุ้งว่าขึ้นอยู่กับ อาหาร แสง อุณหภูมิ ออกซิเจน อิออนแร่ธาตุและอายุของกุ้งอย่างไร? จากนั้นจึงนำมาพิจารณาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่การเลี้ยงของตนเอง นอกจากนี้การสะสมพลังงานและแร่ธาตุก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการลอกคราบ หากกุ้งไม่มีการสะสมพลังงานและแร่ธาตุ ก็จะส่งผลถึงกระบวนการลอกคราบที่ไม่สมบูรณ์ เกษตรกรจึงต้องศึกษาความเหมาะสมของแร่ธาตุแต่ละชนิดในการนำมาใช้ประกอบการเลี้ยงกุ้ง รวมถึงรู้ค่าของแร่ธาตุในน้ำในระดับความเค็มที่แตกต่างกัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการใช้แร่ธาตุประกอบการเลี้ยงกุ้ง

                การใช้แร่ธาตุให้เหมาะสมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น โดยมีการศึกษาเกี่ยวกับการละลายของแร่ธาตุแต่ละชนิดในน้ำว่า เมื่อละลายแล้วจะมีแร่ธาตุอยู่เท่าใด? เช่น การใช้แคลเซียมคาร์บอเนต ในปริมาณน้ำ 1 ลิตรจะมีแคลเซียมละลายอยู่เพียง 0.013 กรัม ในขระที่ยิปซั่มละลายในน้ำ 1 ลิตรจะได้แคลเซียม 2 กรัม แต่แคลเซียมคลอไรด์กลับมีปริมาณแคลเซียมเมื่อละลายในน้ำ 1 ลิตรได้สูงถึง 750 หรัม เลยทีเดียว

                แมกนีเซียมใช้อย่างไรให้ได้ผล?

                สำหรับแร่ธาตุแมกนีเซียม การใช้โดโลไมท์ละลายน้ำ 1 ลิตรจะได้ปริมาณแมกนีเซียม 0.1 กรัม แต่แมกนีเซียมออกไซด์ (Mg0) ที่นิยมใช้กันนั้นกลับมีคุณสมบัติไม่ละลายน้ำ โดยจะมีผลเปลี่ยนแปลงต่อค่า pH เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ดีเกลือเมื่อละลายน้ำ 1 ลิตรจะมีปริมาณแมกนีเซียมที่ละลายน้ำได้ถึง 272 กรัม ถ้าหากต้องการปริมาณแมกนีเซียมในปริมาณที่มากกว่านี้ ก็สามารถใช้แมกนีเซียมคลอไรด์ (MgCl) เจือจางกับน้ำ 1 ลิตร จะได้ปริมาณแมกนีเซียมถึง 750 กรัม เราอาจเปรียบเทียบง่าย ๆ ได้ว่าเกษตรกรต้องใช้ดีเกลือถึง 2 กก. จึงจะได้แมกนีเซียมที่ละลายน้ำในปริมาณที่เทียบเท่ากับการใช้แมกนีเซียมคลอไรด์เพียง 1 กก. เหล่านี้จะสัมพนธ์กับปริมาณการใช้ ทำให้ต้นทุนลดน้อยลง แร่ธาตุแต่ละชนิดสามารถใช้ได้หมด แต่ระยะเวลาที่ต้องการเป็นตัวกำหนด อย่างเช่น ในการเตรียมน้ำก็สามารถใช้โดโลไมท์ได้ แต่ต้องใช้เวลาถึง 7 – 15 วัน แต่ถ้าต้องการแพลงตอนภายใน 3 วันเราก็สามารถใช้แมกนีเซียมคลอไรด์แทนได้

                ดังนั้นเกษตรกรต้องมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของความรู้ที่มีกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการเลี้ยง เลือกใช้แร่ธาตุที่เหมาะสมกับความต้องการ ก็จะทำให้สามารถลงทุนเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างเต็มที่ คำนวณอัตรารอดได้ สามารถกำหนดและควบคุมปริมาณผลผลิตได้แน่นอนและยังช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น อันเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จำทำให้การเลี้ยงกุ้งขาวประสบความสำเร็จ เพื่อที่จะรับมือกับสถานการณ์ราคากุ้งขาวในปัจจุบันและอนาคตต่อไป

 
Date Post : 18/01/2008 10:45:48
All read : 21019
Tags :
   eXTReMe Tracker
 
Copyright  2007 All Rights Reserved.