เสริมอาหารต้านไวรัสกุ้งด้วยสารจากสาหร่ายเซลล์เดียว

จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2550 ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 12 ปีกุน หน้า 7

การเพาะเลี้ยงกุ้งในบ้านเรา กำลังมุ่งไปสู่ระบบที่สามารถควบคุมได้ นักวิชาการทั้งภาครัฐและเอกชนจึงได้ให้ความสนใจกับงานวิจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกุ้ง ซึ่งในปัจจุบันมีค่อนข้างมาก และมีทุกระดับ ขั้นตอน ตั้งแต่เพาะเลี้ยง อนุบาล การจัดการดูแล วิจัยโรค ฯลฯ จนถึงวิทยาการหลังการเก็บ

                อย่างไรก็แล้วแต่ ในการเพาะเลี้ยงกุ้งมักจะประสบกับ 2 ปัญหาใหญ่ๆคือ การระบาดของไวรัส และ การแตกขนาดของกุ้งในบ่อเพาะเลี้ยง

                การระบาดของไวรัส จะมุ่งเน้นถึง การรักษาและป้องกันไม่ให้ลูกกุ้งติดไวรัส ตั้งแต่เริ่มต้นในวัยอ่อน โดย การผลิตลูกกุ้งปลอดเชื้อ แต่ก็เป็นเรื่องปลายเหตุ เพราะหากนำลูกกุ้งไปเลี้ยงในบ่อที่มีไวรัสหรืออาจมีไวรัสแพร่ระบาดมาจากน้ำ อากาศ อาหารหรือถูกนำพามาด้วยสิ่งอื่นๆก็อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ส่วนการแตกขนาด ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างชัดเจน

                ดร.วิเชียร ยงมานิตชัย อาจารย์ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทำการศึกษาวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งสองประการ โดยการทดลองนำ จุลินทรีย์น้ำเค็ม จาก สาหร่ายเซลล์เดียว Schizochytrium ที่แยกมาได้จาก ป่าชายเลนของประเทศไทย เรานี้เอง

                จากนั้นนำมาส่องกล้องจุลินทรีย์น้ำเค็ม ก่อนจะนำเข้าเครื่องเพื่อสกัด กระทั่งพบกับ DHA (docosahexaenoic acid) ซึ่งเป็นหนึ่งในกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายพันธะ ในกลุ่ม โอเมก้า 3 และมีอยู่ในสาหร่ายเซลล์เดียว Schizochytrium ชนิดนี้ด้วย

                สำหรับคุณสมบัติของ DHA นั้นเป็น สารตั้งต้นของการสังเคราะห์สารคล้ายฮอร์โมนที่ชื่อว่า prostaglandins และ leucotriens ที่มีสรรพคุณในการต่อต้านเชื้อโรคบางชนิด พร้อมทั้งช่วยในการ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ให้กับกุ้ง โดยมีอัตราการเจริญที่รวดเร็วและได้ปริมาณเซลล์สูง มีปริมาณไขมันสะสมในเซลล์มากขึ้น และมีสัดส่วนของ DHA มากกว่า 30% ของกรดไขมันทั้งหมด

                จึงทำให้สามารถนำ DHA นี้มา ผสมกับอาหารใช้ในการเลี้ยงลูกกุ้ง ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ในระยะแรก เมื่อกุ้งแข็งแรงขึ้นมีความต้านทานต่อเชื้อไวรัส และสามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ แม้จะนำไปเลี้ยงในบ่อดินพร้อมทั้งสร้างขนาดลำตัวกุ้งให้ใหญ่ขึ้นได้

                ดร.วิเชียร เผยอีกว่า ในต่างประเทศที่ค้นพบแหล่งของ DHA ได้มาจากผลิตทางการค้า เช่น น้ำมันปลา (marine fish oil) แต่ในช่วงระยะหลังก็เกิดปัญหาทางด้านผลผลิตที่ขาดแคลน เพราะตลาดมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น

                เนื่องจากอุตสาหกรรม การเพาะเลี้ยงกุ้ง ได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 ทั่วโลกมี โรงเพาะฟักลูกกุ้ง เกิดขึ้นถึง 11,500 แห่ง และผลิตลูกกุ้งได้ประมาณ 220,000 ล้านตัวต่อปี

                รวมทั้งยังมีการนำกรดไขมันไม่อิ่มตัว DHA ในกลุ่มโอเมก้า 3 ไปใช้กันอย่างกว้างขวาง ทั้งเติมลงในอาหารหลายชนิด เช่น ขนมปัง ขนมอบกรอบ มายองเนส เนยแข็ง โยเกิร์ต ธัญพืชอบกรอบ ผลิตภัณฑ์นมปรุงแต่ง ฯลฯ

                การวิจัยทางด้านอาหารและโภชนาการในครั้งนี้ จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ ความสำเร็จของการเพาะเลี้ยงลูกกุ้งและพ่อ-แม่ พันธุ์กุ้งที่ดีได้ รวมทั้งยังทำให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง ไม่ต้องเสียเงินมากมาย ไปซื้อหายารักษาโรคกุ้งหรือวัตถุดิบมาจากต่างประเทศ

                นอกจากการใช้ทดลองเลี้ยงลูกกุ้งแล้วยังนำไปทดลองใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่น หรือตัวอ่อนของปลาทะเลบางชนิด และใช้ในการเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เช่น สัตว์ปีก โคและสุกรได้อีกด้วย

                ผู้สนใจงานวิจัยชิ้นนี้ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมที่ ดร.วิเชียร ยงมานิตชัย 0-2562-5444 ต่อ 4024 ในเวลาราชการ

 
Date Post : 27/11/2007 09:46:20
All read : 1769
Tags :
   eXTReMe Tracker
 
Copyright  2007 All Rights Reserved.