สุดยอดลูกกุ้งขาวปลอดเชื้อGXT(S)VR TUFจับมือ"ไฮเฮลท์"ทำธุรกิจขายลูกกุ้ง

TUF เริ่มเปิดตัวลูกกุ้งปลอดเชื้อเข้าสู่ตลาดในเดือนมิถุนายนนี้ มั่นใจตลาดขานรับ เพราะเปอร์เซ็นต์การเลี้ยงรอดสูง 70-80% คาดเพิ่มผลผลิตกุ้งคุณภาพดีให้แก่ประเทศไทยได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 50,000 ตัน อนาคตหากไปได้ดีพร้อมจะพลิกฟื้นการเลี้ยงกุ้งกุลาดำขึ้นมาใหม่ เตรียมสายพันธุ์ "มาดากัสการ์" ที่นำไปปรับปรุงพันธุ์ที่ฮาวายไว้พร้อมแล้ว

ภายหลังจากที่บริษัท ไทยยูเนี่ยนฟีดมิลล์ จำกัด (TFM) ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ประเภทอาหารกุ้งและอาหารปลาในเครือบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่นโปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TUF ได้เปิดตัวบริษัทไฮเฮลท์ไทยแลนด์ (HHT) ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนระหว่าง TUF กับบริษัท ไฮเฮลท์ อะควาเคาน์เจอร์ จำกัด (HHA) สหรัฐ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 บริษัทผู้นำด้านการพัฒนาสายพันธุ์กุ้งระดับโลก

โดย HHT ได้ใช้เงินลงทุนกว่า 400 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจการอุตสาหกรรมการผลิตกุ้งครบวงจรบนพื้นที่ 96 ไร่ ในตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ในเฟสแรกของการลงทุนบริษัทมีเป้าหมายผลิต "ลูกกุ้งขาวปลอดเชื้อ" 300 ล้านตัว/เดือน หรือ 3,600 ล้านตัว/ปี

นายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยยูเนี่ยนโฟรเซ่นโปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TUF ซึ่งดูแลธุรกิจกุ้งครบวงจร เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัทจะเริ่มต้นแนะนำลูกกุ้งปลอดเชื้อสายพันธุ์ใหมชื่อ Generation X Taura (syndrome) virus Resistant = GXT(S)VR เข้าสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป

โดยลูกกุ้งปลอดเชื้อของบริษัทจะมีลักษณะเด่นในเรื่องความทนทานต่อเชื้อโรคประจำถิ่น เช่น เชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาว, ไวรัสหัวเหลือง จากการวิจัยพบว่าตลอดทั้งปีลูกกุ้งปลอดเชื้อจะมีเปอร์เซ็นต์การรอดตายโดยเฉลี่ย 70-80% สูงกว่าพันธุ์ลูกกุ้งที่จำหน่ายในตลาดทั่วไป ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์การรอดเพียง 50% เท่านั้น

บริษัทมั่นใจว่าพันธุ์ลูกกุ้งปลอดเชื้อจะเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรในวงกว้าง เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุนให้แก่เกษตรกรได้มากขึ้นเพราะลูกกุ้งปลอดเชื้อจะมีสุขภาพแข็งแรง โตไว โดยเกษตรกรไม่ต้องพึ่งพาการใช้สารเคมีในฟาร์มเลี้ยงกุ้งเหมือนในอดีต ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งสามารถปรับปรุงระบบฟาร์มเข้าสู่การเลี้ยงกุ้งอินทรีย์ได้ในอนาคต

"การเลี้ยงกุ้งจากลูกกุ้งปลอดเชื้อ จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุนให้แก่เกษตรกรได้มากกว่า ขณะเดียวกันต้นทุนการเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรไทยจะต่ำลง เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางราคากับประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย จีน ซึ่งเป็นคู่แข่งขันสำคัญในตลาดโลกได้อีกทางหนึ่ง" นายฤทธิรงค์กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าภายในระยะเวลา 6 เดือน บริษัทจะสามารถผลิตลูกกุ้งปลอดเชื้อได้เต็มกำลังการผลิตที่วางไว้ จากความสามารถของ HHA สามารถผลิตลูกกุ้งปลอดเชื้อได้ประมาณปีละ 2-3 รุ่น ทั้งนี้คาดว่าโครงการผลิตลูกกุ้งปลอดเชื้อ HHT จะสามารถเพิ่มผลผลิตกุ้งคุณภาพดีให้แก่ประเทศไทยได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 50,000 ตัน จากปริมาณ 500,000 ตัน ซึ่งเป็นสัดส่วนการผลิตกุ้งโดยรวมของประเทศไทย

และหากการลงทุนในเฟสแรกประสบความสำเร็จ HHT ก็พร้อมที่จะขยายการลงทุนในเฟสที่สองต่อทันที ด้วยการเพิ่มกำลังผลิตเป็น 50-100% หรือประมาณ 400 -500 ล้านตัว/เดือน

ส่วนแผนขยายการลงทุนในเฟสต่อไป บริษัทมีความสนใจที่จะพัฒนาพันธุ์กุ้งอื่นๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่เกษตรกร เช่น กุ้งกุลาดำ

ปัจจุบัน HHA ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ร่วมทุนของบริษัทได้เตรียมกุ้งกุลาดำสายพันธุ์ "มาดากัสการ์" เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงสายพันธุ์กุลาดำปลอดเชื้อที่เกาะฮาวายไว้แล้ว โดยกุ้งกุลาดำของมาดากัสการ์มีขนาดใกล้เคียงกับกุ้งกุลาดำของไทย รสชาติดี ราคาสูง และเป็นที่นิยมมากในตลาดยุโรป

นอกจากนี้บริษัทก็ให้ความสนใจที่จะผลิตพันธุ์กุ้งสีฟ้า ซึ่งเป็นพันธุ์กุ้งที่นิยมเลี้ยงในท้องถิ่นอเมริกาใต้และตะวันออกกลาง กุ้งสีฟ้ามีขนาดใหญ่กว่ากุ้งขาว แต่มีขนาดลำตัวเล็กกว่ากุ้งกุลาดำ ลักษณะเด่นของกุ้งสีฟ้าคือ เลี้ยงง่าย โตไว อย่างไรก็ตามก่อนที่บริษัทจะนำกุ้งสายพันธุ์ใหม่เข้ามาทดลองเลี้ยงในไทย จะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบจนมั่นใจได้ว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีและไม่ส่งผลกระทบต่อพันธุ์กุ้งท้องถิ่นของไทย

นายฤทธิรงค์ได้กล่าวถึงภาพรวมของธุรกิจการเลี้ยงกุ้งว่า ในปี 2549 ประเทศไทยผลิตกุ้งได้ประมาณ 530,000 ตัน ส่วนปี 2550 คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตกุ้งเข้าสู่ตลาดในสัดส่วนบวก/ลบจากปีที่ผ่านมาไม่เกิน 10% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ 2 สาเหตุหลัก คือ 1)ปัญหาความแปรปรวนของสภาพ ภูมิอากาศ กับ 2)ปัจจัยด้านราคา

อย่างไรก็ตามคุณภาพกุ้งทั่วโลกไม่แตกต่าง กันนัก หลายประเทศประสบความสำเร็จในเรื่องการพัฒนาสายพันธุ์กุ้งคุณภาพดี ทำให้กุ้งโตไวและมีอัตรารอดสูง ธุรกิจการแข่งขันในตลาดโลกขึ้นกับภาวะราคาและความเชื่อถือระหว่างกัน ดังนั้นในช่วงที่ราคากุ้งตกในปีนี้จึงต้องมาแข่งขันกันว่าใครมีต้นทุนการเลี้ยงต่ำสุดก็จะอยู่รอดได้

ข้อดีของประเทศไทยก็คือ สัดส่วนพื้นที่การเลี้ยงกุ้งเท่าเดิม แต่สามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้สูงขึ้น ปัจจุบันวิธีการเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรทำได้ดีอยู่แล้ว สิ่งที่อยากให้ภาครัฐยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจังก็คือ อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือในด้านต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า เพื่อให้ต้นทุนการเลี้ยงกุ้งของไทยต่ำลง

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
 
 
 
 

 
 

 
Date Post : 23/11/2007 16:59:42
All read : 3093
Tags : ลูกกุ้งปลอดเชื้อ,ผลิตกุ้งครบวงจร,ประชาชาติธุรกิจ,เชื้อไวรัสตัวแดงดวงขาว, ไวรัสหัวเหลือง
   eXTReMe Tracker
 
Copyright  2007 All Rights Reserved.